28 กุมภาพันธ์ 2020

ประวัติมูลนิธิ ดิ อาร์ค The ARK Foundation

พ.ศ. 2546 จุดเริ่มต้นเล็กๆของการช่วยเหลือและการแบ่งปัน

Mr.Grant M. Waldman หรือลุงแกรนท์ นักธุรกิจชาวอเมริกัน ที่เช่าพื้นที่หลังตลาดอนุสารเพื่อทำธุรกิจเกสเฮ้าส์ อยากช่วยสุนัขจรจัด 6-7ตัว ในบริเวณนั้นให้มีบ้านที่อบอุ่น มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน จำนวนสุนัขที่คุณลุงแกรนท์รับอุปการะเพิ่มขึ้นเป็นหลายสิบตัว  ทำให้ลุงแกรนท์ต้องหาเช่าบ้านอยู่นอกเมืองให้สุนัขที่ช่วยไว้ได้อยู่กันอย่างปลอดภัยและไม่รบกวนชุมชน ภายใต้ชื่อ Love Animal House โดยมีพี่วิท สรวิชญ์ น้อยสปุ๋ง และพี่ดิ๊บ บัณฑิต หมื่นเรือคำ เป็นผู้จัดการและสัตว์บาลของ Love Animal House ในขณะนั้น ด้วยประวัติที่ยาวนานของศูนย์พักพิงสุนัขศูนย์แรกในเชียงใหม่ ที่คอยช่วยเหลือและรับช่วงต่อในการดูแลสุนัขจากให้กลุ่มอื่นๆมาตลอด แต่คนทั่วไปรู้จัก ดิ อาร์ค น้อยมาก เพราะคุณลุงแกรนท์ (Mr.Grant M. Waldman) ผู้ก่อตั้งไม่ชอบและไม่ต้องการชื่อเสียงอะไร ลุงแกรนท์มีความสุขในการได้ดูแลน้องหมายากไร้อย่างเงียบ ๆ ของคุณลุงมากกว่า

คุณลุงแกรนท์มักจะใช้เวลาช่วงบ่ายของทุกๆวันอยู่กับสุนัขที่คุณลุงช่วยเหลือมา พร้อมกับหนังสือเล่มโปรด 
สุนัขกว่า 150 ตัวที่คุณลุงช่วยเหลือมาจากที่ต่างๆ จะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อเจ็บป่วยจะนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นสุนัขมีสายพันธ์ หรือพันธุ์ทาง ทั้งหมดจะถูกเลี้ยงแบบโดยไม่ขังกรง ปล่อยวิ่งเล่นบนเนื้อที่ 9 ไร่ อย่างมีอิสระ ปลอดภัยและมีความสุข โดยสุนัขจะแบ่งฝูงและคัดเลือกกันเองตามสัญชาตญาณ          

Love Animal House ภายใต้การบริหารจัดการของพี่วิท ได้เข้าร่วมเป็นสาขาของสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งหนึ่ง เพื่อหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสัตว์ได้มากขึ้น แต่ด้วยนโยบายที่แตกต่างกัน และการจากไปอย่างกระทันหันของพี่วิท ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2552 ทำให้ Love Animal House แยกตัวออกมา และใช้ชื่อ The ARK : Animal Rescue Kingdom ภายใต้การดูแลของพี่ดิ๊บ บัณฑิต หมื่นเรือคำ โดยลุงแกรนท์หวังว่า เรือโนอาร์อาร์ค(NOAH ARK) ลำน้อยลำนี้จะเป็นที่พึ่งของสัตว์ยากไร้ไปตราบนานเท่านาน
แต่ด้วยการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมืองเชียงใหม่ ศูนย์พักพิงแห่งนี้ต้องย้ายพื้นที่ เพื่อไม่ให้รบกวนชุมชนถึง 3 ครั้ง พร้อมกับจำนวนสุนัขและแมวที่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากทางศูนย์ประสบกับโรคระบาดจากแมวที่มีคนมาขอให้รับฝากไว้ ทำให้แมวทั้งหมดของคุณลุงเสียชีวิตกว่า 60 ตัว นำความเสียใจมาให้คุณลุงแกรนท์เป็นอย่างมาก (คุณลุงร้องไห้ทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน) ความสูญเสียครั้งนี้ทำให้ลุงแกรนท์ยากที่จะทำใจ คุณลุงเลยหยุดการอุปการะแมวเป็นการชั่วคราว

กรกฎาคม 2555
ดิ อาร์ค(The ARK) เริ่มออกช่วยเหลือสุนัขและสัตว์บาดเจ็บหรือถูกทำร้ายนอกพื้นที่บริเวณภาคเหนือเป็นครั้งแรก ที่บ้านคลองดินดำ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพราะสุนัขโดนบ่วงดักสัตว์รัดเอวเป็นแผลลึกเป็นเวลานานหลายเดือนแต่ไม่สามารถจับตัวได้ ผ่านการขอความช่วยเหลือทางสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ค ซึ่งอาการบาดเจ็บทำให้ลุงแกรนท์และพี่บัณฑิต ไม่อาจนิ่งดูดายได้ จึงได้ออกเดินทางเพื่อทำการช่วยเหลือ

กันยายน 2555 
คุณลุงแกรนท์ (Mr.Grant M. Waldman) ป่วยหนักด้วยโรคมะเร็ง ขณะอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และสุดท้ายเสียชีวิตลงเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2556  ตลอดระยะ เวลา 6 เดือน ของการขาดการติดต่อ ภาระทั้งหมดในการดูแลสุนัขกว่า 150 ตัวและคนงานที่คุณลุงแกรนท์ดูแลเหมือนครอบครัว ตกอยู่ที่พี่ดิ๊บ บัณฑิต หมื่นเรือคำ ที่ต้องรับภาระดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อหัวเรือใหญ่จากไป

เมื่อสูญเสียเสาหลัก ประกอบกับ การโดนไล่ที่ครั้งที่ 3 จากการขยายตัวของชุมชนเมือง เจ้าของที่นำขยะมาถมเพื่อเตรียมถมดินทับและขายที่ดิน สุดท้าย ดิ อาร์ค ได้รับความอนุเคราะห์ ให้ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนพนมเศรษฐ์ เพื่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวมาจนถึงปัจจุบัน

จัดตั้งมูลนิธิ ดิ อาร์ค 4 กรกฎาคม 2557

เริ่มแรก ดิ อาร์ค เปลี่ยนโลโก้จากเหล่าสรรพสัตว์บนเรือโนอาร์อาร์ค มาเป็นรูปหน้าสุนัขยิ้มอารมณ์ดี เพื่อให้ดูเรียบง่าย และเป็นสากลมากขึ้น แต่ยังคงใช้ชื่อ The ARK Foundation ซึ่งย่อมาจาก Animal Rescue Kingdom เหมือนอย่างที่ลุงแกรนท์ผู้ก่อตั้งยังมีชีวิตอยุ๋

ดิ อาร์ค ได้รับประกาศให้เป็นมูลนิธิ เลขที่จดทะเบียนมูลนิธิ ชม.454โดยมี นาย บัณฑิต หมืนเรือคำ (ประธานมูลนิธิ ดิ อาร์ค) เป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง ด้วยความอนุเคราะห์ ของ คุณจิรัฐฎ์ พนมเศรษฐ์ และคุณทิร์พากร บูรณะศิริ ร่วมกันประสาน งาน คุณเกล ดีล่า จัดมินิคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อหาทุนจดทะเบียน จัดตั้งมูลนิธิ ร่วมกับการสนับสนุนจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) รุ่น 55

จนเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558 ทางมูลนิธิได้นำโลโก้แบบเก่าไปปรับให้ดูเรียบง่ายและดูทันสมัยมากขึ้น มาใช้เป็นสัญลักษณ์ของแฟนเพจ The ARK Chiangmai ของทางมูลนิธิ เพื่อสื่อถึงการช่วยเหลือสุนัขและสัตว์บาดเจ็บหรือถูกทำร้าย ซึ่งเป็นภารกิจหลักของมูลนิธิและเป็นการระลึกถึงลุงแกรนท์ผู้ก่อตั้ง แต่ทางมูลนิธิก็ยังคงใช้โลโก้รูปหน้าสุนัขยิ้มอารมณ์ดี เป็นโรโก้หลัก สำหรับใช้ติดต่อ งานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่อไป